หน้าหลัก
ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
ทฤษฎีใหม่
เศรษฐกิจพอเพียงกับการศึกษา
การนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงสู่สถานศึกษา
การนำเศรษฐกิจพอเพียงสู่การเรียนรู้
เวปไซต์แนะนำ
มูลนิธิชัยพัฒนา
เกษตรพอเพียง
ธุรกิจเศรษฐกิจพอเพียง
ศูนย์สถานศึกษาพอเพียง มูลนิธิยุวสถิรคุณ

 

 

จำนวนผู้เข้าชม

 

 

 

 

 

 

 

 

  เศรษฐกิจพอเพียงกับการศึกษา


                ในการขับเคลื่อนปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงในภาคการศึกษานั้น จะต้องมุ่งพัฒนาที่ตัวครูก่อนเป็นอันดับแรก เพราะครูถือว่าเป็น ทรัพยากร ที่สำคัญในการถ่ายทอดความรู้ และปลูกฝังสิ่งต่างๆ ให้แก่เด็ก ดังนั้นจึงควรส่งเสริมครูให้มีความรู้ วามเข้าใจเกี่ยวกับหลักเศรษฐกิจ พอเพียงอย่างถ่องแท้ ก่อน เพราะเมื่อครูเข้าใจ ครูก็จะได้เป็นแบบอย่างทีดีให้แก่เด็กได้ ครูจะสอนให้เด็กรู้จักพอ ครูจะต้องรู้จักพอก่อน โดยอยู่ อย่างพอเพียงและเรียนรู้ไปพร้อมๆ กับเด็ก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ต้องมีสติในการเลือกรับข้อมูลต่างๆ ที่เข้ามา รู้จักเลือกรับและรู้จักต่อ ยอดองค์ความรู้ที่มีอยู่ หมั่นศึกษา เพิ่มพูนความรู้ อย่างเป็นขั้นเป็น
ตอน ไม่ก้าวกระโดด ในการเลือกรับข้อมูลนั้น ต้องรู้จักพิจารณารับอย่าง เป็นขั้นเป็นตอน รู้จักแก้ไขปัญหา อย่างเป็นขั้นเป็นตอน ประเมินความรู้และสถานการณ์อยู่ตลอดเวลา   จะได้รู้จัก และเตรียมพร้อมที่จะรับ มือกับสภาพ และผลจากการเปลี่ยนแปลงในมต ิต่างๆได้อย่างรอบคอบและระมัดระวัง
               เป้าหมายสำคัญของการขับเคลื่อน คือ การทำให้เด็กรู้จักความพอเพียง ปลูกฝัง อบรม บ่มเพาะให้เด็กมีความ
สมดุลทางเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม และวัฒนธรรม โดยสอดแทรกแนวคิดปรัชญาของเศรษฐ
ิจพอเพียงให้เข้าเป็นส่วนหนึ่งของหลักสูตร
สาระเรียนรู้ต่างๆเพื่อสอนให้เด็กรู้จักการใช้ชีวิตได้อย่างสมดุล ตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง เห็นคุณค่าของทรัพยากรต่างๆ
รู้จักอยู่ร่วมกับผู้อื่น รู้จักเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่และแบ่งปัน มีจิตสำนึกรักษ์สิ่งแวดล้อม และเห็นคุณค่าของวัฒนธรรมค่านิยม ความเป็นไทย
ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงต่างๆรู้ว่าตนเองเป็นองค์ประกอบหนึ่งในสิ่งแวดล้อมและวัฒนธรรมของโลกการกระทำของตนย่อมมีผลและเชื่อม
โยงกับ สภาพแวดล้อมในโลกที่ตนเองเป็นสมาชิกอยู่ด้วย ซึ่งการจะบรรลุเป้าหมายดังกล่าวข้างต้น สำคัญคือครูจะต้องรู้จักบูรณาการการ
เรียนการสอนให้เด็ก และเยาวชนเห็นถึงความเชื่อมโยงในมิติต่างๆ ทั้งด้านสิ่งแวดล้อม วัฒนธรรม สังคม และเศรษฐกิจ ซึ่งความเป็นองค์
์รวมนี้จะเกิดขึ้นได้ ครูต้องโดยใช ้ความรู้และคุณธรรมเป็นปัจจัยในการขับเคลื่อน
นอกจากนี้ ในการส่งเสริมให้นำหลักปรัชญาฯไปใช้ในสถาน
ศึกษาต่างๆ นั้น อาจจะใช้วิธี
 “เข้าใจ เข้าถึง และพัฒนาตามหลักลักการของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวว่าสำคัญที่สุดครูต้องเข้าใจเรื่อง
ปรัชญาของเศรษฐกิจ พอเพียงก่อน โดยเข้าใจว่าแนว คิดปรัชญาของ เศรษฐกิจพอเพียงนั้น เป็นแนวคิดที่สามารถเริ่ม ต้น และปลูกฝังได
้ผ่านการทำกิจกรรมต่างๆในโรงเรียนเช่นกิจกรรมการรักษาสิ่งแวดล้อมในโรงเรียนการกำจัดขยะในโรงเรียนการสำรวจทรัพยากรของ
ชุมชนฯลฯ
ก่อนอื่นครูต้องเข้าใจเรื่องเศรษฐกิจพอเพียงทำตัวเป็นแบบอย่างที่ดีโดยกลับมาพิจารณาและวิเคราะห์ดูว่าในตัวครูนั้นมีความ
ไม่พอเพียงใน ด้านใดบ้าง เพราะการวิเคราะห์ปัญหาจะทำให้รู้และเข้าใจปัญหาที่เกิดจากความไม่พอเพียงรวมทั้งควรให้เด็กมีส่วนร่วมใน
การวิเคราะห์ ์ปัญหาด้วย โดยการวิเคราะห์นี้ต้องดำเนินไป บนพื้นฐานของความรู้และคุณธรรม โดยเฉพาะคุณธรรมนั้น เป็นสิ่งที่ควรปลูกฝังให้เกิดขึ้นในใจ เด็กให้ได้ก่อนผ่านกิจกรรมที่ครูเป็นผู้คิดขึ้นมาโดยครูในแต่ละโรงเรียนจะต้องมานั่งพิจารณา
ก่อนว่าจะเริ่มต้นปลูกฝังแนวคิด ปรัชญาของ เศรษฐกิจพอเพียงจากจุดไหน ทุกคนควรมาร่วมกัน คิดร่วมกันทำ สามัคคีกันในกระบวนการหารือ
หลังจากที่ครูได้ค้นหากิจกรรมที่จะปลูกฝัง แนวคิดปรัชญา ของเศรษฐกิจพอเพียงแล้ว
ครูควรจะต้องตั้ง เป้าหมายการสอนก่อนว่าครูจะสอนเด็กให้รู้จักพัฒนาตนเองได้อย่างไรโดยอาจ เริ่มต้นสอนจาก กิจกรรมเล็กๆน้อยๆ ที่สามารถเริ่มต้นจากตัวเด็ก แต่ละคนให้ได้ก่อน เช่น การเก็บขยะ
  การประหยัดพลังงาน ฯลฯ เพื่อให้เด็ก ได้เรียนรู้ถึงความเชื่อมโยงระหว่างปัจจัย ที่ตนเองมีต่อสิ่งแวดล้อม ภายนอกในด้านต่างๆ 4 มิติ  ในส่วนของการเข้าถึงนั้น เมื่อครูเข้าใจแล้ว ครูต้องคิดหาวิธีที่จะเข้าถึงเด็ก พิจารณาดูก่อนว่าจะสอดแทรกกิจกรรมการเรียนรู้เศรษฐกิจ พอเพียง เข้าไปในวิธีคิดและในวิชาการต่างๆ ได้อย่างไร ทั้งนี้ อาจจัดกิจกรรมกลุ่มให้นักเรียนได้ร่วมกันคิด ร่วมกันทำ รู้จักแบ่งหน้าที่กันตามความ สามารถของเด็ก ในแต่ละช่วงชั้น เช่น ในกิจกรรมการเก็บขยะเพื่อรักษาความสะอาดของโรงเรียนนั้น ครูอาจจัดกิจกรรมสำหรับเด็กในแต่ละ ช่วงชั้น คือ ช่วงชั้นที่ 1 สร้างกิจกรรม ที่สนับสนุนให้เด็กช่วยกันเก็บขยะ (ให้เด็กรู้หน้าที่ของตน ในระดับบุคคล)/ ช่วงชั้นที่ 2 สร้างกิจกรรมที่สนับสนุนให้เด็กช่วยกันเก็บ
ขยะและนับขยะให้รู้จักการวิเคราะห์และรู้ถึงความเชื่อม โยงของตนเองกับสมาชิกคนอื่นๆ ในโรงเรียน) / ช่วงชั้นที่ 3 สร้างกิจกรรมที่สอนให้เด็กรู้จักเชื่อมโยงกับชุมชนภาย นอกรอบๆ โรงเรียน เช่น สร้างกิจกรรมที่สอนให้เด็กรู้จัก
แบ่งแยกขยะ ร่วมมือกับชุมชนในการรักษาสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ที่โรงเรียนและชุมชนของเขาตั้งอยู่ด้วย
กิจกรรมทั้งหมดนี้สำคัญคือต้องเน้นกระบวนการมีส่วนร่วมของทุกฝ่ายโดยสถานศึกษาควรตั้งเป้าให้เกิดการจัดการ ศึกษา
ตามแนวทางของ เศรษฐกิจพอเพียง สอดแทรกเข้า ไปในกระบวน การเรียนรู้ สอนให้เด็กพึ่งตนเองให้ได้ก่อนจน สามารถเป็นที่พึ่งของ
การจัดการศึกษาตามแนวทางของเศรษฐกิจพอเพียง สามารถดำเนินการได้ใน 2 ส่วน ส่วนที่เกี่ยวข้องกับการบริหาร
สถานศึกษาและส่วนที่เป็นการจัดการเรียนรู้ของผู้เรียนซึ่งส่วนที่2นี้ประกอบด้วยการสอดแทรกสาระเศรษฐกิจพอเพียงในหลักสูตร
และสาระเรียนรู้ใน ห้องเรียนและประยุกต์หลัก เศรษฐกิจพอเพียงในการจัดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน
การขับเคลื่อนเศรษฐกิจพอเพียงด้านการศึกษา ในระยะแรก ได้เริ่มจากการไปค้นหากิจกรรมพัฒนาผู้เรียนที่ม ีคุณลักษณะ และการจัดการที่สอดคล้องกับหลักเศรษฐกิจพอเพียง คือ พอประมาณกับ ศักยภาพของนักเรียน พอประมาณกับภูมิสังคมของโรงเรียนและชุมชน ที่ตั้ง เช่น เด็กช่วงชั้นที่ 2 ทำสหกรณ์ได้ เด็กช่วงชั้นที่ 4 ดูแล สิ่งแวดล้อม มีการส่งเสริมให้ใช้ความรู้อย่างรอบคอบระมัดระวัง ฝึกให้เด็กคิดเป็นทำเป็นอย่างมีเหตุผล และมีภูมิคุ้มกันส่งเสริมให้เด็ก
ทำงานร่วมกับผู้อื่น มีความซื่อสัตย์ สุจริต รับผิดชอบ ไม่เอารัดเอาเปรียบผู้อื่น มีวินัย มีสัมมาคารวะ ปลูกฝังจิตสำนึกรักษ์สิ่งแวดล้อม
สืบสานวัฒนธรรมไทย กล่าวคือ สอนให้ผู้เรียน ยึดมั่นในหลักศีลธรรม พัฒนาคนให้เขารู้จักทำประโยชน์ให้กับสังคมและช่วยดูแลรักษา
สิ่งแวดล้อม และตัวกิจกรรม เองก็ต้องยั่งยืน โดยมีภูมิคุ้มกันในด้านต่างๆ ถึงจะเปลี่ยนผู้อำนวยการแต่กิจกรรมก็ยังดำเนินอยู่อย่างนี้เรียก
ว่ามีภูมิคุ้มกัน
 การค้นหาตัวอย่างกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนก็เพื่อให้มีตัวอย่างรูปธรรมในการสร้างความเข้าใจภายในวงการศึกษาว่า
หลักเศรษฐกิจพอเพียงหมายความว่าอย่างไรและสามารถนำไปใช้ในกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนได้อย่างไรบ้างหลังจากนั้นก็ส่งเสริมให้บูรณาการ
               การเรียนรู้ผ่านกิจกรรมเหล่านี้     เข้าไปในการเรียนรู้สาระต่างๆ บูรณาการเข้ากับทุกสาระเรียนรู้ เช่น วิทยาศาสตร์ เพื่อทำให้เกิดสมดุล ทางสิ่งแวดล้อม บูรณาการเข้ากับวิชาคณิตศาสตร์ ในการสอนการคำนวณที่มีความหมายในการดำรงชีวิตอย่างพอเพียง หรือบูรณาการ เข้ากับ สาระภาษาไทย ภาษาอังกฤษ สุขศึกษา พลศึกษา การงานอาชีพ เทคโนโลยีต่างๆ ได้หมด นอก เหนือ
จากการสอนในสาระหลัก คือใน กลุ่มสาระสังคมศึกษาศาสนา วัฒนธรรมเท่านั้น    สำหรับมาตรฐานการเรียนรู้ มีวัตถุประสงค์ให้ทุกช่วงชั้นเข้าใจหลักเศรษฐกิจ พอเพียง และสามารถประยุกต์ใช้ได้ แต่ถ้ามาตรฐานเรียนรู้ของทุกช่วงชั้นเหมือนกันหมด
ก็จะมีปัญหาทางปฏิบัติจึงต้องกำหนดขอบ เขตที่ชัดเจนใน การเรียนการสอนของแต่ละช่วงชั้นและแต่ละชั้นปีดังนี้
 
 ช่วงชั้นที่ 1 เน้นให้เด็กพึ่งตนเองได้ หรือใช้ชีวิตพอเพียง ระดับบุคคล และครอบครัว เช่น ประถม 1
ช่วยเหลือคุณพ่อคุณแม่ล้างจานชาม เก็บขยะไปทิ้ง กวาดบ้าน จัดหนังสือไปเรียนเอง แบ่งปันสิ่งของให้เพื่อน
กินอาหารให้หมดจาน  ประถม 2 วิเคราะห์รายจ่ายของครอบครัว จะมีเป็นตารางกรอกค่าใช้จ่ายต่างๆ
ของครอบครัว คุณแม่ซื้ออะไรบ้าง คุณพ่อซื้ออะไรบ้าง เด็กจะได้รู้พ่อแม่หาเงินมายากแค่ไหน เช่น ยาสีฟันหลอดละ 46 บาท
จะต้องไม่เอามาบีบเล่น จะต้องสอน ให้เด็กเห็นคุณค่าของสิ่งของ ให้เด็กตระหนักถึงคุณค่าของเงินทอง จะได้ฝึกนิสัยประหยัด
ครอบครัวมีรายได้และรายจ่ายเท่าไร เด็กจะได้ฝึกจิตสำนึกและนิสัยพอเพียงมีหลายโรงเรียนทำแล้วประถม3สอนให้รู้จักช่วยเหลือ
ครอบครัวอย่างพอเพียงและรู้จักแบ่งปันช่วยเหลือผู้อื่นมีส่วนร่วม สร้างครอบครัวพอเพียง
  ช่วงชั้นที่ 2 ฝึกให้เด็กรู้จักประยุกต์ใช
้หลักความ พอเพียงในโรงเรียน สามารถวิเคราะห์วางแผนและจัดทำบันทึกรายรับ-รายจ่ายของตนเอง และครอบครัวอย่างมีประสิทธิภาพ มีส่วนร่วมใน การสร้างความพอเพียงระดับโรงเรียน และชุมชนใกล้ตัว โดยเริ่มจากการสำรวจทรัพยากร ต่างๆ ในโรงเรียนและชุมชน มีส่วนร่วมในการดูแล บำรุงรักษาทรัพยากรต่างๆ ทั้งด้านวัตถุ สิ่งแวดล้อม ภูมิปัญญา วัฒนธรรม และรวบรวมองค์ความรู้ต่างๆ มาเป็นข้อมูลในการเรียนรู้วิถีชีวิต ของชุมชนและเห็นคุณค่าของการใช้ชีวิตอย่างพอเพียง
   ช่วงชั้นที่ 3 ประยุกต์ใช้หลักเศรษฐกิจ
พอเพียงกับชุมชน มีส่วนร่วมใน กิจกรรมต่างๆ ของชุมชน สามารถสำรวจและวิเคราะห์ความพอเพียง ในระดับต่างๆ
และในมิติต่างๆ ทั้งทางวัตถุ สังคม สิ่งแวดล้อม และวัฒนธรรมในชุมชนใกล้ตัว เห็นคุณค่าของการใช้หลักพอเพียงในการ
จัดการชุมชน และในที่สุดแล้วสามารถนำหลักการพอเพียงมา ประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันของแต่ละคน จนนำไปสู่การปรับเปลี่ยน
พฤติกรรมสู่ความพอเพียงได้ในที่สุด
ช่วงชั้นที่ 4 เตรียมคนให้เป็นคนที่ดีต่อประเทศชาติสามารถทำ ประโยชน์ให้กับสังคมได้     
ต้องเริ่มเข้าใจความพอเพียงระดับประเทศ และการพัฒนาประเทศภายใต้กระแสโลกาภิวัตน์ เช่น  
การวิเคราะห์สถานการณ์การค้าระหว่างประเทศหรือการศึกษาสถานการณ์ ์สิ่งแวดล้อม สภาพปัญหาด้านสังคมเป็นอย่างไร
แตกแยกหรือสามัคคีเป็นต้น
  ขณะนี้คณะทำงานขับเคลื่อนด้านการศึกษาและเยาวชน ทำงานร่วมกับ กระทรวงศึกษาธิการ และอีกหลายหน่วยงาน วิสัยทัศน์ของการขับเคลื่อน คือ สานเครือข่าย ขยายความรู้ ควบคู่ประชาสัมพันธ์ เพื่อส่งเสริม ความรู้ความเข้าใจในหลักปรัชญาฯ และให้บุคลากรด้านการศึกษา สามารถนำหลักคิดหลัก ปฏิบัติเศรษฐกิจพอเพียง
มาบูรณาการ สู่การเรียน การสอนในทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ของทุกระดับได้อย่างถูกต้อง ชัดเจน และเป็น
รูปธรรม ตลอดจนผู้บริหาร สามารถนำหลักปรัชญาฯ ไปใช้ในการบริหารสถานศึกษาเพื่อให้เกิดประโยชน์และความสุข

และไม่ตระหนี่

ขอบคุณที่มา : https://sites.google.com/site/nirattisai071/sersthkic-phx-pheiyng-kab-kar-suksa
ขอบคุณที่ม: http://www.komchadluek.net/news/edu-health/298799
ขอบคุณภาพประกอบที่ใช้จัดทำ : http://www.tnews.co.th/contents/350185